ตุ๊กตาบลายธ์ ตุ๊กตา blythe ตุ๊กตาเจ้าเสน่ห์

ตุ๊กตาบลายธ์ Blythe ออกเสียงว่า บลายธ์ ถือกำเนิดขึ้นในปี 2515 ตรงกับปี ค.ศ. 1972 โดยโรงงาน เค็นเนอร์ (Kenner) ภายใต้ concept อยากสร้างความแตกต่างให้ ตุ๊กตา Blythe Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates ให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตาบลายธ์ ฉบับออริจินัลขึ้น โดย Allison Katzman เอาดวงตาที่ใช้กับตุ๊กตาสุนัขมาใส่ในตัว ตุ๊กตา Blythe ส่วนลำตัวแรกๆ ก็มีขนาดได้สัดส่วนกับหัวที่มีขนาดใหญ่ แต่ปรากฏว่ากล่องใส่มีขนาดสั้น จึงต้องลดสัดส่วนความยาวลำตัวให้บรรจุได้พอดี ตุ๊กตาบลายธ์ จึงหัวโตตัวสั้นนับแต่นั้นมา

ตุ๊กตา Blythe ปรากฎตัวครั้งแรก ด้วยรูปลักษณ์ ทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกาย Mix & Match กว่า 12 ชุด โมเดลตุ๊กตา Blythe ทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe, Karess, Willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา แต่ด้วยความที่อยากให้ตุ๊กตา Blythe ล้ำยุค และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์ภายนอกของตุ๊กตา Blythe จึงถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น หัวโต ตัวผอม ความสูง 11.5 นิ้ว มีดวงตากลมโตเท่าไข่ห่านที่หลับได้เปิดได้ แถมเวลาเปิดเปลือกตาแต่ละครั้ง เธอสามารถเปลี่ยนสีดวงตาได้ถึง 4 สี คือ เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียง แค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ และตุ๊กตาบลายธ์ สามารถบิดเอวและเข่าได้ เพื่อให้เปลี่ยนชุดได้ง่ายและสามารถโพสต์ท่าเหมือนนางแบบ แต่กลับกลายเป็นว่า เด็กๆ กลับหวาดกลัวตุ๊กตาบลายธ์ตัวแรกของโลก ทำให้ตุ๊กตาบลายธ์ ไม่เป็นที่นิยมต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น

30 ปี ต่อมาตุ๊กตา Blythe ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ Gina Garan โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันได้รับตุ๊กตาบลายธ์ เป็นของขวัญ ทำให้เธอตกหลุมรักมันพร้อมๆ กับถ่ายภาพเธอ ตุ๊กตา Blythe เก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพถ่ายชื่อ “This is Blythe” รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 และจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่าย ที่ทำให้ชื่อของ Gina’s Gallery โด่งดังไปทั่วโลก

หลังจากที่ Hasbro ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับ Takara ประเทศญี่ปุ่น ตุ๊กตา Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล ตุ๊กตาบลายธ์ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม $35 เป็น $350 ทันที และ ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม ตุ๊กตา Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า “Neo Blythe” และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆ ของ Neo Blythes (นีโอ บลายธ์) เกิดขึ้นมากมายกว่า 37 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก Parco Limited Edition (1,000 ตัว) ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian, Rosie Red, Holly Wood, All Gold in One, Kozy Kape inspired, Aztec Arrival inspired, Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิด ครบรอบ 1 ปี ของ Neo Blythes

เซอร์ไพรสสำหรับเหล่านักสะสมตุ๊กตาบลายธ์ เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อมี การเปิดตัว ตุ๊กตา Blythe คือ “Petite Blythe” (พีทิตบลายธ์) ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4.5 นิ้ว มีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียวสามารถขยับเปลือกตาขึ้นลงได้พร้อมๆ กับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆ ให้ดูมีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น และมีออกมาทั้งหมด 48 แบบ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ถือว่าโดดเด่น และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly, Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Blythe Belle ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลอง และย่อส่วนขนาดของ ตุ๊กตาบลายธ์ ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้ว

++คลิกที่รูปด้านล่างเพื่อดูตุ๊กตาคล้ายบลายธ์ได้เลย ++